พัดลมไอเย็นอุตสาหกรรม ปริมาณลม (ลบ.ม./ชม.) พื้นที่ใช้งาน

การเลือกพัดลมไอเย็นอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะขนาดตัวเครื่อง แต่ควรเลือกจาก ปริมาณลม (Airflow) ซึ่งมีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (ลบ.ม./ชม. หรือ CMH : Cubic Meter per Hour) เพื่อให้สามารถกระจายลมเย็นได้ครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน
 
ปริมาณลมกับพื้นที่ใช้งาน ปริมาณลม (ลบ.ม./ชม.) พื้นที่แนะนำ 

ปริมาณลม 18,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 100–150 ตร.ม.

ปริมาณลม 22,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 120–180 ตร.ม.

ปริมาณลม 25,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 150–200 ตร.ม.

ปริมาณลม 30,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 180–250 ตร.ม.

ปริมาณลม 35,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 220–300 ตร.ม.

ปริมาณลม 40,000 CMH พื้นที่ใช้งาน (ลบ.ม./ชม.) 250–350 ตร.ม
  

พื้นที่ใช้งานอาจแตกต่างกันตามความสูงของอาคาร จำนวนคน เครื่องจักรที่ปล่อยความร้อน และการระบายอากาศของพื้นที่

วิธีเลือกพัดลมไอเย็นอุตสาหกรรม

พื้นที่ขนาดเล็ก (80–150 ตร.ม.) เลือกพัดลมไอเย็นขนาด 18,000–22,000 CMH

พื้นที่ขนาดกลาง (150–250 ตร.ม.) เลือกขนาด 25,000–30,000 CMH

พื้นที่ขนาดใหญ่ (250–350 ตร.ม.) เลือกขนาด 35,000–40,000 CMH

หากเป็นโรงงานที่มีเครื่องจักรจำนวนมากหรือมีความร้อนสูง ควรเลือกปริมาณลมมากกว่าปกติ หรือใช้หลายเครื่องร่วมกันเพื่อให้กระจายลมได้ทั่วถึง

เหมาะสำหรับ โรงงานอุตสาหกรรม โกดังและคลังสินค้า ฟาร์มไก่ ฟาร์มสุกร และฟาร์มโคนม โรงเรือนเกษตร ศูนย์กระจายสินค้า โรงอาหาร อู่ซ่อมรถ โรงยิม และพื้นที่กึ่งเปิดโล่ง

ข้อดีของพัดลมไอเย็นอุตสาหกรรม

 - ลดอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 - ให้ปริมาณลมสูง ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่

 - ประหยัดพลังงานเมื่อเทียบกับระบบปรับอากาศ

 - ติดตั้งและเคลื่อนย้ายสะดวก

 - ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนอากาศ ลดความร้อนสะสม และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการทำงาน

การเลือกพัดลมไอเย็นอุตสาหกรรมที่มี ปริมาณลม (CMH) เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ จะช่วยให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการใช้พลังงาน และยืดอายุการใช้งานของเครื่อง
 
Visitors: 6,530